ภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย
อัตราภาษี รายจ่ายที่หักได้ กำหนดยื่นแบบ และบทลงโทษ อธิบายสำหรับเจ้าของกิจการและผู้จัดการฝ่ายการเงิน
ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ในประเทศไทยเป็นภาษีทางตรงที่เรียกเก็บจากกำไรสุทธิของนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทยหรือมีเงินได้จากประเทศไทย อัตรามาตรฐานคือ 20% และบริษัทขนาดเล็กเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าสำหรับกำไร 3 ล้านบาทแรก
ภาษีเงินได้นิติบุคคลใช้กับบริษัทและห้างหุ้นส่วนที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย รวมถึงบริษัทต่างประเทศที่ประกอบกิจการในประเทศไทยหรือได้รับเงินได้จากประเทศไทยที่ต้องเสียภาษีตามประมวลรัษฎากร กรมสรรพากร (RD) จัดเก็บภาษีนี้ผ่านการยื่นแบบปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ ภ.ง.ด.51 สำหรับครึ่งปี และ ภ.ง.ด.50 หลังสิ้นรอบบัญชี
รายจ่ายที่หักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้
กำไรที่ต้องเสียภาษีคือรายได้ของรอบระยะเวลาบัญชี (รายได้จากการประกอบกิจการ เงินปันผล ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ และอื่น ๆ) หักด้วยรายจ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อกิจการโดยเฉพาะในรอบระยะเวลาเดียวกัน
ประมวลรัษฎากรกำหนดขอบเขตของรายจ่ายที่หักได้ หลักเกณฑ์สำคัญมีดังนี้
รายจ่ายที่หักได้
- รายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ
- ค่าเสื่อมราคา ไม่เกินอัตราสูงสุดที่ประมวลรัษฎากรกำหนด
- ค่ารับรอง ไม่เกิน 0.3% ของรายได้หรือทุนชำระแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า) และไม่เกิน 10 ล้านบาท
- เงินบริจาคให้องค์กรการกุศลที่ได้รับอนุมัติ ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ
- ค่าฝึกอบรมพนักงานที่เข้าเงื่อนไข หักได้ 200%
- ค่าวิจัยและพัฒนาที่เข้าเงื่อนไข หักได้ 200%
- ผลขาดทุนสุทธิยกมาจาก 5 รอบระยะเวลาบัญชีก่อนหน้า
รายจ่ายที่หักไม่ได้
- รายจ่ายส่วนตัว
- ของขวัญให้บุคคลภายนอก
- เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับทางภาษี
- รายจ่ายที่ไม่มีเอกสารหลักฐานประกอบ
- ผลเสียหายที่สามารถเรียกคืนจากบริษัทประกันภัยได้
- รายจ่ายที่เป็นของรอบระยะเวลาบัญชีก่อน
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทออกแทนผู้ขาย
วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
ภาษีเงินได้นิติบุคคลคำนวณจากกำไรสุทธิ คือรายได้ทั้งหมดหักรายจ่ายที่หักได้ ตามอัตราดังนี้
| ผู้เสียภาษี | ฐานภาษี | อัตรา (%) |
|---|---|---|
| บริษัทขนาดเล็ก * |
|
|
| บริษัทอื่น ๆ |
|
|
* บริษัทขนาดเล็กคือบริษัทที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี และมีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท
วิธียื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล
บริษัทต้องยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลปีละ 2 ครั้ง แบบครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) ต้องยื่นภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี (ภายในวันที่ 31 สิงหาคม สำหรับรอบบัญชีที่สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม) โดยชำระภาษีล่วงหน้าจากประมาณการกำไรทั้งปี ส่วนแบบประจำปี (ภ.ง.ด.50) ต้องยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี (สิ้นเดือนพฤษภาคม สำหรับรอบบัญชีที่สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม) พร้อมงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
บทลงโทษที่ควรทราบ
- หากประมาณการกำไรครึ่งปีต่ำกว่ากำไรจริงเกิน 25% กรมสรรพากรอาจเรียกเงินเพิ่ม 20% ของภาษีที่ชำระขาด เว้นแต่มีเหตุอันสมควร
- หากยื่นแบบหรือชำระภาษีประจำปีล่าช้า ต้องเสียเงินเพิ่มอัตรา 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ